

Ar-Chi
A new way
สวนนงนุช-พัทยา
Author: ชิมารุ
เรื่องของเรื่อง ตานิดแกอยากไปเที่ยวสวนนงนุช ก็เลยมาชวนผม ไอ้เรายังไงก็ได้ นัดวันมาเลย ก็เลยได้วันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2552
ออกจากกรุงเทพฯ 8 โมงครึ่ง โดยใช้เส้นทาง มอเตอร์เวย์ ตรงยาวจนถึงพัทยาเลย แล้วใช้เส้นทางสายสุขุมวิท แล้วขับไปเรื่อยๆ จะผ่านทางเข้าวัดญาณสังวราราม ให้ขับตรงมาที่ตำบลบางเสร่ สวนนงนุชจะอยู่ก่อนที่จะถึงตำบลบางเสร่ประมาณ 3 กิโลเมตร จะมีป้ายใหญ่ๆ บอกทางเข้าสวนนงนุชอย่างชัดเจน
ทริปผมนี้ไปกับตานิดสำนักคอม และเพื่อนร่วมทริปอีก 2 คน ขับรถเรื่อยๆ คุยกันไปเรื่อยเปื่อย ฮากันไปตลอดทาง ไปถึงสวนนงนุชก็ประมาณ 11 โมง อากาศเริ่ม ครึ๊มฟ้า ครึ๊มฝน ไอ้เราชักใจไม่ค่อยดี เพราะวันนี้ตั้งใจมาถ่ายรูป กลัวว่าจะไม่ได้อะไรกลับไป
ทางเข้าจะมีเจ้าหน้าที่แนะนำข้อมูลสวนนงนุชคร่าวๆ พร้อมกับต้องซื้อบัตรเข้าชม .
- ชมสวน ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก (ต่ำกว่า 11 ปี) 50 บาท
- ชมการแสดงศิลปะและช้างแสนรู้ 09:45 น., 10:30 น., 15:00 น. และ 15:45 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท
- พร้อมกับแผนที่ 1 ฉบับ
พอรถจอดเสร็จก็ลงจากรถ (จะบอกทำไมเนี่ย) เราก็เดินชมสวนกันเลย ตอนนี้เริ่มมีแดดแล้ว หามุมถ่ายรูปกันไป ระหว่างเดินชมสวนนั้น ก็นึกถึงเมื่อก่อน เพราะผมเคยมาเมื่อหลายปีก่อน สวนมันไม่เหมือนเดิม เนื่องจากสวนมีการจัดมุมต่างๆ ของสวนเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ยิ่งกับคนที่รักต้นไม้ ชอบสวนดอกไม้ จะชอบเป็นพิเศษ หากเคยมาชมครั้งนึง แล้วกลับมาอีกก็จะรู้สึกแปลกตาไปกว่าเดิมอีก
ขออธิบายอย่างนี้ครับ สวนนงนุชนี้มีที่ชมสวนมากกว่า 50 จุด หากเพื่อนๆ มาที่สวนนงนุช ขอแนะนำให้ใช้แผนที่ ซึ่งจะได้จากจุดจำหน่ายบัตร หรือขอรับที่จุดประชาสัมพันธ์ มิฉะนั้นเพื่อนๆ จะเดินไม่ครบ เพราะผมก็เป็นหนึ่งในนั้น

ตานิดช่างภาพของเรา
พอตกบ่ายๆ ฟ้าเริ่มครึ๊มๆ ผมก็เดินถ่ายรูปไปเรื่อย ตามประสา สักพัก….โอ้..แม่เจ้า…ฝนตกลงมาห่าใหญ่เลย พวกเราเลยวิงหาที่หลบฝน
หลบฝนอยู่ประมาณ 1 ชม. ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เราก็เลยตัดสินใจออกจากสวนนงนุช ไปหาอะไรกินที่บางแสน แล้วก็แวะหาซื้อของฝากที่ หนองมน …ออกจากหนองมนประมาณ 5 โมง กว่าๆ พอขึ้นรถผมก็หลับเลย ให้ตานิดขับมาตลอดทาง

บรรยากาศสวนนงนุช
ทริปนี้เลยเที่ยวไม่ครบ และไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเท่าไรนัก เอาไว้มาแก้ตัวครั้งหน้าละกัน…… บ๊าย..บาย..แล้วเจอกัน สวนนงนุช
read comments (2)
สัมนาการสร้างทีมงาน - ดอนหอยหลอด
Author: ชิมารุ
วัน ศุกร์ ที่ 20 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2552 เขียนแบบนี้แล้วคิดถึงวัยเด็ก หุหุ
วันนี้เป็นวันที่ไปสัมนาการสร้างทีม ที่บ้านทะเลสีครีมรีสอร์ท ดอนหอยหลอด จ.สมุทรสงคราม เค้านัดกันตั้งกะ 7 โมง จารีบมากานทำม๊าย ตูมาถึงมหาลัยประมาณ 7 โมงเกือบครึ่ง เซ็นชื่อ รับบัตร ทำอะไรเรียบร้อย..

บรรยากาศกิจกรรม ฮาๆ ขำๆ ตามประสาวัยรุ่น
ก็เลยมองหาอั้ยมาร์ค เพราะต้องไปสัมนาด้วยกัน
เอ๊…. มันไปไหนของมันฟ๊ะ…ยังไม่มาเซ็นชื่ออีก เลยโทรหามัน ตู๊ด…ตู๊ด…ตู๊ด… เวงกำมันไม่รับสายตู 8 โมงก็แล้ว 8.20 ก็แล้ว จนรถออกจากมหาลัย ในใจก็คิด อั้ยมาร์คมันเล่นตูแล้ว
นั่งรถประมาณ 2 ชม. ก็ถึง บ้านทะเลสีครีมรีสอร์ท พอลงจากรถก็ลงทะเบียน และพักผ่อนแป๊บนึง..แล้วก็เข้าห้องสัมนา มีกิจกรรมบ้างเล็กๆ น้อย ๆพอให้ขำๆ ฮาๆ กันไป
พอตกเย็นทาง Staff เค้าก็แจกกุญแจห้อง ให้ไปพักผ่อนกัน ห้องนึงก็จะนอนกัน 2 คน พอเราไปรับกูญแจ …โอ้วพระเจ้า !! ตูต้องนอนคนเดียว เพราะชื่อตูกับอั้ยมาร์คอยู่ห้องเดียวกัน แล้วตัวแมร่งดันไม่มา ตูเลยก้มหน้ารับชะตากำที่ตูไม่ได้ก่อขึ้น แล้วก็มีข่าวลือเรื่องผีอีก…แสด
กว่าจะได้นอนก็ซัดไปตี 3 นั้งกิน นั้งคุย กับพวกพี่ๆ ที่ไปสัมนาด้วยกัน
กะว่าเอาให้ง่วงเต็มที่ กลับมาจะได้หลับเลย
เช้ามาปวดหัวตึ๊บๆๆ ตื่นมาอย่างง่วงอ่ะ แบบว่าคนนอนไม่พออ่ะ ตามกำหนดการเค้านัด 7 โมง แล้วเค้าเลื่อนเวลาออกไปเป็น 8 โมงครึ่ง เค้ารู้กันทั้งคณะ มีตูไม่รู้อยู่คนเดียว ..ง่า แต่งตัวเดินไปที่ห้องอาหารแล้ว จะกลับมานอนต่อ ก็ใช่เรื่อง

บรรยากาศบ้านทะเลสีครีมรีสอร์ท

สักการะขอพรกรมหลวงชุมพร ฯ
ก็เลยเดินชมบรรยากาศรอบๆ รีสอร์ท ริมทะเล และก็ถ่ายรูปบ้าง ก็ดีไปอีกแบบ..
ก่อนกลับก็ได้ไปสักการะขอพรกรมหลวงชุมพร และเดินซื้อของฝากไปให้เพื่อนๆ ที่มหาลัย แล้วก็เดินทางกลับ
ทริปนี้ก้จบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง คร๊าบ…..บ๊าย บาย ดอนหอยหลอด










